FAQ

ถาม: หลักฐานที่ใช้สมัครมีอะไรบ้าง

ตอบ: สำหรับโปรแกรมมหาวิทยาลัย :
- ต้องมีอายุระหว่าง 18-60 ปี
- สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมหรือเทียบเท่า (ได้รับข้อยกเว้นบางกรณี)
- หากเป็นมหาวิทยาลัยปักกิ่ง – ต้องมีความรู้ด้านภาษาจีนไม่ต่ำกว่า 800 ตัวอักษร

สำหรับฤดูร้อน / ฤดูหนาว / หลักสูตรระยะสั้นที่มหาวิทยาลัย : 
- นักเรียนที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี สามารถสมัครได้แต่ต้องมีหนังสือยินยอมจากผู้ปกครอง
**โปรแกรมภาคฤดูร้อน เดือนกรกฎาคมและสิงหาคม เท่านั้น

สำหรับสถาบันการศึกษา / โรงเรียน :
- ไม่จำกัดอายุสำหรับหลักสูตรเรียนภาษา

ถาม: ฉันจะได้รับเอกสารเมื่อเรียนจบ?

ตอบ: ใช่ค่ะ ทุกโปรแกรมของมหาวิทยาลัยจะมอบใบรับรองให้หลังจากจบโปรแกรม นักศึกษาจะต้องเข้าเรียนตามเกณฑ์กำหนดถึงจะมีสิทธิ์ได้รับใบรับรองนี้จากทางมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเป็นการรับรองว่าคุณได้เคยมาศึกษายังสถาบันดังกล่าวจริง

ถาม: สามารถโอนหน่วยกิตจากมหาวิทยาลัย/วิทยาลัย ไปศึกษาต่อได้มั้ย?

ตอบ: มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมโครงการได้รับการรับรองในระดับสากล ดังนั้นมหาวิทยาลัยนานาชาติส่วนมากจะรับหน่วยกิตที่โอนจากโรงเรียนเหล่านี้ นักเรียนหลายคนของเราจึงได้โอนหน่วยกิตเพื่อศึกษาต่อ  โดย Sinovast จะช่วยจัดเตรียมข้อมูลและเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นต่อหลักสูตรให้แก่นักเรียน แต่การตัดสินใจครั้งสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยของคุณ เนื่องจากแต่ละมหาวิทยาลัยมีความแตกต่างกัน เราขอแนะนำให้คุณตรวจสอบหลักฐานที่ต้องใช้กับทางมหาวิทยาลัยให้เรียบร้อยก่อน

ถาม: ฉันต้องออกจากที่เรียนก่อนหนึ่งสัปดาห์จะมีผลกระทบอย่างไร?

ตอบ: โดยส่วนใหญ่การสอบที่มหาวิทยาลัยจะมีกำหนดการสอบในสัปดาห์สุดท้ายของโปรแกรมและมีการฉลองการสำเร็จการศึกษาในวันสุดท้าย ดังนั้นถ้าคุณออกจากโปรแกรมก่อนกำหนดจะมีผลกระทบต่อการออกเกรดของคุณ อย่างไรก็ตามหลักสูตรในประเทศจีนจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย หากคุณมีความจำเป็นต้องออกจากที่เรียนก่อนก็สามารถสอบถามทางบริษัทได้เพื่อความชัดเจน 

ถาม:เดินทางไปถึงก่อนเริ่มหลักสูตรได้มั้ย?

ตอบ: แน่นอน Sinovast แนะนำให้นักเรียนเดินทางมาถึงตามวันที่ระบุไว้ในแต่ละโปรแกรมเพื่อจะได้มีเวลา 2-3 วันเในการจัดเตรียมที่พัก ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ และสำรวจพื้นที่ท้องถิ่นแต่ถ้าคุณต้องการมาถึงก่อนหรือหลังวันที่เปิดเรียนหรือขยายเวลาการพักของคุณหลังจากจบโปรแกรมจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมเล็กน้อย

ถาม: บทเรียน / หัวข้ออะไรที่ครอบคลุมหลักสูตรของฉัน ?

ตอบ: ชั้นเรียนมุ่งเน้นไปที่ทุกส่วนของภาษาจีน ทั้งการพูด การฟัง การอ่านและการเขียน นอกจากนี้ยังเน้นทักษะภาษาจีนที่ช่วยให้นักเรียนใช้ประโยชน์ได้ในสถานการณ์จริงและสามารถสื่อสารในชีวิตประจำวันทั้งในชั้นเรียนและภายนอก โดยทั่วไปนักเรียนจะเน้นไปที่คำศัพท์ ฝึกการอ่านข้อความ เรียนรู้หลักไวยากรณ์ และรูปประโยค ฝึกบทสนทนากับนักเรียนคนอื่นๆ การฝึกฝนภาษาและกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมายเพื่อการรับรู้ทางภาษาจีนกลางได้รวดเร็วขึ้น

ถาม: เรียนกี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์?

ตอบ: การเรียนภาษาจีนกลางที่มหาวิทยาลัยและโรงเรียนส่วนใหญ่เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ จำนวน 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ สอนประมาณ 40-50 นาทีแต่มีการพักสั้นๆ

ถาม: อาจารย์และครูผู้สอนเป็นอย่างไร?

ตอบ: อาจารย์มีประสบการณ์ในการสอนภาษาจีนให้กับชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก และยังมีความเชี่ยวชาญตามสาขาที่ตนเองสอนเป็นอย่างดี

ถาม: วิธีการสอนในประเทศจีนเป็นแบบไหน?

ตอบ: วิธีการสอนในประเทศจีนจะแตกต่างจากการเรียนการสอนที่เราคุ้นเคยเล็กน้อย แต่การสอนในลักษณะนี้มีประสิทธิภาพมากสำหรับการเรียนภาษาจีนเป็นอย่างมาก หนึ่งในความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ การให้ความสำคัญกับการอ่านมาก่อนและไม่ใช่แค่การทบทวน แต่เป็นการอ่านเพื่อเข้าใจเนื้อหา ก่อนที่จะเดินเข้าไปในชั้นเรียนควรเตรียมความพร้อมไว้ก่อน เพราะถ้าหากคุณไม่ได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ด้วยตัวเองก่อนที่จะเรียนคุณจะไม่เข้าใจเนื้อหา เมื่อเป็นเช่นนี้นักเรียนจำนวนมากจะทิ้งการเรียนเมื่อไม่เข้าใจ แต่เมื่อคุณทำเป็นนิสัยจะส่งผลเสียต่อการเรียนเป็นอย่างมาก ในการเรียนภาษาจีนนอกจากคำศัพท์และไวยากรณ์แล้วยังมีการเรียนบทสนทนาที่ใช้ในชีวิตประจําวัน คุณจะได้เรียนรู้โครงสร้างประโยคพร้อมกับคำศัพท์ทั่วไป นอกจากนี้ยังเรียนรู้ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ในตำราเป็นจำนวนมาก ดังนั้นในขณะที่คุณกำลังเรียนรู้ภาษาคุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับประเทศจีนมากขึ้นอีกด้วย

ถาม: ขนาดของชั้นเรียน?

ตอบ: ประมาณ 10 คนในชั้นเรียนสถาบันสอนภาษา และประมาณ 20 คนในชั้นเรียนมหาวิทยาลัย นักเรียนทุกคนมีโอกาสที่จะถามคำถามและฝึกฝนภาษาจีนกับอาจารย์อย่างใกล้ชิด

ถาม: ในแต่ละวันทำอะไรบ้าง?

ตอบ: โดยทั่วไปเรียนเช้าถึงเที่ยง ส่วนที่เหลือของวันอาจใช้สำหรับจัดติวเพื่อเตรียมสอบ เรียนและทำการบ้านให้เสร็จ อย่างไรก็ตาม เวลาเรียนต่างๆขึ้นอยู่กับสถาบันการศึกษาและระดับชั้นเรียนของคุณ

ถาม: ฉันจะมีการบ้านหรือไม่?

ตอบ: ใช่ โดยทั่วไปใช้เวลาวันละ 2-3 ชั่วโมงต่อวันในการเรียนและทำการบ้านให้เสร็จ การเรียนในประเทศจีนเป็นโปรแกรมที่ยากเพราะเราต้องการให้คุณเรียนรู้ภาษาจีนกลาง วิธีที่ดีที่สุดในการเรียนให้ประสบความสำเร็จคือการเรียนปรับพื้นฐาน การติวส่วนตัว และที่สำคัญคือการบ้าน เพื่อเป็นการทบทวนบทเรียน

ถาม: จะรู้ได้อย่างไรว่าเริ่มเรียนระดับไหน?

ตอบ: นักเรียนทุกคนจะต้องสอบวัดระดับหลังจากการลงทะเบียนเพื่อตรวจสอบว่าควรเรียนระดับชั้นไหน นักเรียนทุกคนจะต้องสอบไม่ว่าคุณจะจบระดับเริ่มต้นหรือเคยเรียนภาษาจีนมาก่อนก็ตาม

ถาม: ใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าจะเก่งภาษาจีน?

ตอบ : โครงสร้างหลักสูตรของมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่รองรับทุกระดับของนักเรียน ตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงระดับสูง ถ้าคุณเรียนตามหลักสูตรตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปถึงระดับสูง ก็จะใช้เวลาประมาณ 3 ปี ซึ่งรวมถึงการศึกษาในช่วงฤดูร้อนและวันหยุด อย่างไรก็ตามนักเรียนทุกคนจะใช้เวลาเรียนรู้ภาษาจีนแตกต่างกัน บางคนเรียนรู้ได้เร็วกว่าคนอื่น ๆ เมื่อมีการทดสอบก่อนการเปิดภาคเรียน ก็เป็นไปได้ที่คุณจะข้ามไปในระดับที่สูงขึ้น การจบหลักสูตรทั้งหมดจะใช้เวลาอย่างต่ำประมาณ 3 ปี การพักอาศัยและทำงานในประเทศจีนไม่จำเป็นต้องพูดหรือเขียนอย่างคล่องแคล่วหรือเรียนครบทุกหลักสูตร เพราะนักเรียนที่จบระดับเริ่มต้นก็สามารถใช้ภาษาจีนกลางในชีวิตประจำวันและยกตัวอย่างบทสนทนาได้เช่นกัน

ถาม: ข้อดีของการมีครูสอนพิเศษ?

ตอบ: การเรียนปรับพื้นฐานแบบตัวต่อตัว เป็นประโยชน์ในการเรียนภาษาจีนกลางของนักเรียนส่วนใหญ่เป็นอย่างมาก ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถเรียนรู้ในห้องเรียนเพียงอย่างเดียวก็เข้าใจเนื้อหาทั้งหมด ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับสไตล์การเรียนรู้ของนักเรียนแต่ละคน เราพบว่านักเรียนที่มีปัญหากับการพูดและการฟังได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการเรียนรู้แบบตัวต่อตัว ในนี้การจัดติวจะจัดเวลาให้เหมาะสมกับตารางเวลาของคุณ นักเรียนหลายคนเลือกที่จะจัดในช่วงบ่ายหลังเลิกเรียน และเลือกสถานที่เอง (เช่นในสำนักงานของ Sinovast หรือที่ร้านกาแฟ) คุณยังสามารถจัดที่บ้านของคุณ มันสะดวกใช่ไหมล่ะ

ถาม: เอกสารที่จำเป็นในการสมัครเรียนภาษากับ Sinovast?

ตอบ: เอกสารที่ต้องใช้ เมื่อไปยังมหาวิทยาลัย ในประเทศจีน ได้แก่ :
- หนังสือเดินทาง
- รูปถ่าย
- หลักฐานการสำเร็จการศึกษาล่าสุดของคุณ ( ปริญญา / อนุปริญญา / ใบรับรองผลการเรียน )
- แบบฟอร์มใบสมัคร 
- ค่าสมัคร  

ถาม: ทำไมฉันต้องจ่ายค่าสมัคร ?

ตอบ: ค่าสมัครจำเป็นสำหรับทุกหลักสูตรเรียนภาษาและทุกมหาวิทยาลัย โดยเป็นเหมือนเงินฝากเพื่อประกันการสมัครเรียน ถ้าไม่จ่ายค่าสมัคร การสมัครของคุณจะไม่ได้รับการยอมรับและไม่สามารถการันตีที่ว่างในหลักสูตรได้

ถาม: ค่าสมัครขอคืนได้มั้ย ?

ตอบ:  เมื่อ Sinovast ได้รับเอกสารใบสมัครและค่าธรรมเนียมการสมัครแล้ว เราจะรีบดำเนินการเพื่อรักษาสิทธิในมหาวิทยาลัยหรือหลักสูตรเรียนภาษานั้นๆ ทันที ดังนั้นเมื่อจ่ายค่าสมัครแล้วจึงไม่สามารถขอเงินคืนได้